พรจากพระ... สมุดบันทึกของเด็กหนุ่มที่เติบโตขึ้นมาด้วยพระพรจากพระเจ้า
พระเจ้าของมวลคริสตชนและสากลโลก ดังนั้นพวกเราจึงล้วนเป็นลูกของพระองค์ด้วยกันทุกคน
ตอนที่ 5 : โอกาสที่ได้รับเกินความคาดหมาย
ผ่านไปอย่างรวดเร็วจริงๆครับ... 4 เดือนกว่าแล้ว ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2552
ที่ผมได้รับโอกาสให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานที่ "สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา"
เป็นช่วงเวลาในระยะเริ่มต้น... ที่แม้จะดูเหมือนไม่มากเท่าไหร่
แต่ผมกลับได้รับโอกาสมากมายเกินความคาดหมาย!!
อย่างที่บอกเมื่อตอนที่แล้วครับว่า... ผมได้มาประจำอยู่ที่ "ฝ่ายกิจการนิติบัญญัติ" อาคารเทเวศร์
ถ้าได้ยินแค่ชื่อฝ่าย หลายคนคงคิดเหมือนผม ว่างานที่ผมจะได้ทำนั้น คงต้องเกี่ยวข้องกับสภาฯแน่ๆ
ครั้งแรกผมเข้าใจว่า ฝ่ายนี้เป็นงานที่ต้องไปสภาฯบ่อยๆ ในฐานะผู้ประสานงานอะไรทำนองนั้น
แต่นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ!!
ตอนนี้ผมเริ่มทำงานเป็นจริงเป็นจังแล้ว แน่นอนอีกคำถามหนึ่งนอกจากคำถามที่ว่า "ทำงานที่ไหน?"
ก็คือ..."ทำงานเกี่ยวกับอะไร?? ได้ทำงานอะไรบ้าง??" ซึ่งส่วนใหญ่ผมก็จะตอบได้แค่สั้นๆ
บางคนก็เ้ข้าใจได้เร็ว บางคนก็ยังงุนงงแต่เอาเถอะ ถามเป็นพิธีไปอย่างนั้นแหละ ไม่ได้มีเวลามาก
ถ้าอย่างนั้น... ผมขอเล่าให้ฟังแบบเต็มๆ ผ่านสมุดบันทึกเล่มนี้ก็แล้วกันนะครับ ^^
1. "ฝ่ายกิจการนิติบัญญัติ" มีหน้าที่หลัก ซึ่งถือว่าเป็นจุดกำเนิดหรือวัตถุประสงค์ในการตั้งฝ่าย
นั่นก็คือ... การเป็นกองเซ็นเซอร์ร่างกฎหมาย ก่อนจะส่งออกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา
และนำเข้าสู่ชั้นการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป
โดยแต่ละฝ่ายของ "กฤษฎีกา" จะส่งร่างกฎหมายที่ตนพิจารณายกร่าง มาใหัฝ่ายของผมตรวจสอบ
ทั้งคำถูกคำผิด และการใช้ถ้อยคำในกฎหมายให้สอดคล้องกันทั้งฉบับ รวมไปถึงบทอาศัยอำนาจ
และเนื้อหาเบื้องต้น ให้ถูกต้องตามคู่มือแบบการร่างกฎหมายของ "กฤษฎีกา"
ซึ่งงานในส่วนนี้ก็หนักเอาการ ทั้งด้วยเนื้อหาและปริมาณ ที่ไหลมาเทมาอยู่เรื่อยๆ
ก็เป็นร่างกฎหมายที่ส่งมาตรวจสอบจากทุกฝ่ายนี่ครับ ทำให้พี่ๆที่ประจำอยู่ฝ่ายนี้ยากจะรับมือไหว
ผู้ใหญ่จึงมีนโยบายให้ส่งพี่ๆจากฝ่ายอื่น ผลัดเปลี่ยนกันมาช่วยงานฝ่ายนี้... 4 คนต่อ 3 เดือน!!
และยังเป็นการฝึกปรือทักษะในการร่างกฎหมายให้ถูกต้องตามแบบที่วางเอาไว้อีกด้วย ^^
2. นอกจากนี้ ก็ยังมีงานประจำซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ "กฤษฎีกา" นั่นก็คืองานร่างกฎหมายครับ
โดย "ฝ่ายกิจการนิติบัญญัติ" ก็ได้รับมอบหมายให้พิจารณาและยกร่างกฎหมายด้านพลังงาน
และก็ถือเป็นโอกาสทองสำหรับผมจริงๆครับ เพราะเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่เท่าไหร่
ก็ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็น... "ผู้ช่วยเลขานุการกรรมการร่างกฎหมาย"
หลังจากนั้นก็ตามมาอีกหนึ่งฉบับ ตอนนี้รวมแล้วมีร่างกฎหมาย รวมทั้งเรื่องหารือที่หน่วยงานของรัฐ
ส่งเข้ามาขอความเห็นจาก "กรรมการกฤษฎีกา" อยู่ในความรับผิดชอบของผม 3 ฉบับแล้วครับ ^^
ซึ่งผมก็ได้เข้าร่วมประชุมกับผู้แทนหน่วยงานที่เสนอร่างดังกล่าว และที่ภูมิใจมากๆก็คือ...
การได้เข้าร่วมประชุมกับ "ท่านกรรมการกฤษฎีกา" ในการพิจารณาร่างกฎหมาย!!
แม้ว่าเพิ่งจะได้รับโอกาสนี้ ซึ่งยังถือว่าเป็นฟันเฟืองตัวเล็กที่สุดในองค์กร เมื่อเทียบกับพี่ๆคนอื่น
แต่สำหรับผม... มันเป็นจุดเริ่มต้นในการฝึกฝนพัฒนาทักษะในการร่างกฎหมายต่อไปครับ
3. การพิจารณาให้คำรับรองร่างกฎหมายที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอ ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ
ให้อำนาจไว้ก็เป็นอีกหนึ่งงานสำคัญของฝ่ายนี้ด้วยครับ โดยหากร่างกฎหมายใดที่ ส.ส.เสนอ
มีประเด็นที่อาจกระทบต่องบประมาณแผ่นดิน ต้องส่งมาให้นายกรัฐมนตรีให้คำรับรองก่อน
โดยฝ่ายของผมก็มีหน้าที่ต้องพิจารณาเสนอนายกรัฐมนตรีว่าสมควรให้คำรับรองหรือไม่
หากร่างกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้ว จะส่งผลกระทบเป็นภาระงบประมาณแผ่นดินเพียงใด
ซึ่งงานนี้ก็ทำเอาผมหัวหมุนใช่เล่นเหมือนกัน เพราะหลังๆมานี้ ส.ส.ก็ขยันทำงานด้านนิติบัญญัติครับ
หมั่นเสนอร่างกฎหมายเข้ามาให้พิจารณากันอย่างสม่ำเสมอ และแม้ว่าเพิ่งจะมีนโยบายจากผู้ใหญ่
ให้กระจายไปยังฝ่ายต่างๆ เพื่อรับผิดชอบพิจารณาร่างกฎหมายของ ส.ส. ที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายตน
แต่ก็ยังมีร่างกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของ "ฝ่ายกิจการนิติบัญญัติ" ไม่น้อยอยู่ดี =="
4. อีกหนึ่งภารกิจที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่างานด้านอื่นของฝ่าย นั่นก็คือ การเป็นตัวแทน "กฤษฎีกา"
เพื่อเข้าร่วมประชุมใน "คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล" (วิปรัฐบาล)
ทำหน้าที่ให้ความเห็นทางกฎหมายแก่พรรคร่วมรัฐบาลในการพิจารณาร่างกฎหมาย
แต่งานส่วนนี้ ผมยังไม่ได้มีโอกาสได้ศึกษา เพราะยังอ่อนอาวุโสอยู่ 555+
ทั้งหมดนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นโอกาสที่ผมได้รับจากการทำงานมาเพียง 4 เดือนกว่าเท่านั้น!!
โชคดีด้วยครับ... ที่ได้มาทำงานร่วมกับ "ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนิติบัญญัติ" ที่ใจดี
และให้โอกาสน้องๆทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน แม้กระทั่งผมซึ่งเป็นน้องใหม่ที่สุด ^^
เพราะนอกจากงานร่างกฎหมายและเซ็นเซอร์ร่างกฎหมาย ตามที่อธิบายไปแล้วข้างต้น
ผมยังได้รับโอกาสให้ออกไปดูงานนอกสถานที่ การขนส่งก๊าซ NGV ที่สถานีแม่ย่านรังสิต
และได้เข้าร่วมสัมมนาวิชาการที่จัดโดย "สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ" และ "CTBTO" ด้วย *O*
อีกอย่าง ก็คือ การได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองของพี่ๆหลายๆคนเลย
ที่นี่ทำให้ผมรู้สึกว่า แม้จะเป็น "ที่ทำงาน" แต่เราเหมือนอยู่ด้วยกันแบบ "ครอบครัว" จริงๆครับ
บอกตามตรง ทุกอย่างมันก็ไม่ได้เพอร์เฟ็คสมบูรณ์ หรือมีแต่คนเอาใจผมไปซะทุกอย่างหรอก
แต่พี่ๆเขาก็ช่วยสอนงาน ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง หรือแม้กระทั่งแนะนำผมทั้งงานราษฎร์งานหลวง
จนวันนี้ผมปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมงานเหล่านี้ และคุ้นเคยกันแบบที่ผมเป็นตัวของตัวเองแล้วล่ะครับ
พี่ฝ่ายอื่นหลายคนบอกว่า ผมโชคดีมากที่ได้มาอยู่ฝ่ายนี้
ผมก็ว่าอย่างนั้นล่ะครับ... ผมโชคดีจริงๆ ^^
ขอบคุณพระ... ที่ประทานโอกาสให้ผมได้เรียนรู้ ฝึกฝน และพัฒนาทักษะการทำงานนี้
ผมจะทำงานอย่างเต็มที่ด้วยความซื่อสัตย์และตั้งใจ ไม่ให้สมองของผมหยุดนิ่งอยู่กับที่
ไม่ให้เสียโอกาสที่พระประทานให้กับผม และทำตามพระประสงค์ที่ให้ผมกระทำภารกิจนี้
แล้ววันนี้... คุณได้มองเห็น "พรจากพระ" รอบๆตัวคุณบ้างรึยังครับ??
รู้จักพระเจ้าของพวกเรามนุษย์ทุกคนได้ที่นี่... http://www.catholic.or.th/
ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้สร้างแรงบันดาลใจใหม่ที่นี่
โดยคุณ หมอเกษมพันธ์ เมื่อ จ.25 ม.ค.2010 2:07
.
ดีใจกับหน้าที่การงานที่ได้รับมอบหมาย ของ now ครับ
แม้จะเป็นเพียงบันไดขั้นแรกที่ต้องแบกภาระให้รับผิดชอบ
แต่นั่นหมายถึง การมีส่วนร่วมช่วยผลักดันสำหรับการพัฒนาของชาติด้านนิติฯ
ขอให้มุ่งมั่นในการสร้างงานด้านนี้ เพื่อการเดินหน้าของประชาชาติไทย
ด้วยความเชื่อมั่นในสติปัญญา ด้วยความรอบคอบระมัดระวังโปร่งใส
เพื่อประโยชน์ชาติ เพื่อส่งเสริมการทำงานของคนดี และต่อต้านความชั่วทุกรูปแบบ
ขอให้ประสบผลสำเร็จในหน้าที่ ขอให้มีความสุขกับงานทุกชิ้นที่ได้รับมอบหมาย
.
หมอเกษมพันธ์
สถานพยาบาลสัตว์ บ้านคุณหมอ
โดยคุณ ผู้ชมทั่วไป เมื่อ จ.22 ก.พ.2010 14:55
ขอบคุณมากครับ
ห้องพักเชียงใหม่ ที่พักเชียงใหม่ รีสอร์ทเชียงใหม่
http://www.hongpakchiangmai.com