โดยคุณ paul เมื่อ อา.3 ก.พ.2008 18:33
ตอนนี้ในประเทศไทยมีคนเป็นโรค 'วุ้นในลูกตาเสื่อม' ถึง 14 ล้านคน!! จากข้อมูลทางหนังสือพิมพ์
(นี่เฉพาะแค่ที่มีข้อมูลบันทึกไว้นะครับ คนที่ไม่รู้ตัวเองว่าตัวเองก็เป็นมากขนาดไหน?)
ผมคิดว่า ในขณะที่คุณอ่านข้อความของผมนี้จากทางเนตบางคนก็เป็นแต่ไม่รู้ตัวครับ
*********************************************************
อาการก็คือ คุณจะเห็นเป็นคราบดำๆ เหมือนยักใย่ ลอยไปลอยมา
เหมือนคราบที่ติดกระจกน่ะครับ จะเห็นชัดก็ต่อเมื่อ คุณมองไปยังภาพแบล็คกราวนด์ที่มีสีสว่าง
เช่น ท้องฟ้าขาวๆ ฝาห้องขาวๆ ฝาห้องน้ำขาวๆ จะเห็นเป็นคราบดำๆ ลอยไปลอยมา
ถ้าอาการมากกว่านั้นก็คือ ประสาทตาฉีกขาด คุณจะมองเห็นแสงแฟลช ในที่มืด
ไม่ว่าหลับตาหรือลืมตา (น่ากลัวมากๆ) และถึงขั้นนี้จะต้องผ่าตัด
(ซึ่งไม่มีอะไรรับประกันว่าจะดีเหมือนเดิมจะตาบอดหรือไม่?)
**********************************************************
สาเหตุของโรคนี้คือ 'การใช้สายตามากเกินไป' (เล่นคอม)
แต่ก่อนโรคนี้จะเกิดกับผู้สูงอายุ หรือ คนที่มีอาชีพใช้สายตามากๆ
เช่น ช่างเจียรไนเพชรพลอย ที่ต้องใช้สายตาเพ่งมากๆ
แต่เดี๋ยวนี้คนเป็นโรควุ้นในลูกตาเสื่อมกันมากเพราะเล่นเน็ตหรือเล่นคอม
(คุณฟังไม่ผิดหรอกครับ เดี๋ยวนี้คนเป็นโรคนี้กันมากเพราะเล่นคอมนี่แหละ)
**********************************************************
ถามว่าทำไม คนเล่นเนต เล่นคอม ถึงเป็นกันมาก?
ไม่ว่าคุณจะเล่นเน็ต , เล่นเกมส์ , อ่านไดอารี่ , อ่านบทความ , อ่านหนังสือ
หรืออะไรก็ตาม ที่อยู่บนจอคอมพิวเตอร์ 'ล้วนทำให้สายตาคุณเสียได้ทั้งสิ้น'
เพราะว่า ถ้าคุณอ่านหนังสือที่เป็นแผ่นกระดาษธรรมดาๆ
'ระยะห่างระหว่างลูกตากับตัวหนังสือ จะคงที่แน่นอน'
เพราะขอบของตัวหนังสือจะคมชัด ทำให้สมองกะระยะโฟกัสได้ถูกต้องแน่นอน
กล้ามเนื้อและประสาทตา จึงทำงานค่อนข้างคงที่
แต่!... ตัวหนังสือบนจอคอมพิวเตอร์นั้น มีลักษณ์เป็นจุดๆ ประกอบกัน
เหมือนแขวนลอยบนจอ ขอบของตัวหนังสือไม่ชัด สมองจะสับสนในการปรับระยะโฟกัส
(เพราะจอแก้ว จะมีความหนาของแก้ว แต่เรามองผ่านมันไป)
และจอ LCD เราก็ต้องมองผ่านเข้าไปเหมือนกันตัวหนังสือ
มันไม่ได้ติดอยู่ด้านบนเหมือนอยู่บนแผ่นกระดาษ
การปรับระยะโฟกัสจึงไม่แน่นอน
*********************************************************
บวกกับ ลักษณะการอ่านหน้าหนังสือในคอมนั้น จะต้องใช้เม้าส์จิ้ม
ลากแถบด้านข้างจอ เพื่อเลื่อนบรรทัดหนังสือขึ้นลง เพื่อจะอ่านบรรทัดด้านล่างได้
หรือไม่ก็ใช้ลูกหมุนที่อยู่บนเม้าส์หมุนเพื่อเลื่อนบรรทัดหนังสือ
แต่การเลื่อนบรรทัดนี้ มันไม่เหมือนกับการอ่านหนังสือจากแผ่นกระดาษ
ที่แขนกับคอจะปรับการมองขึ้นลงโดยอัตโนมัติ มีระยะที่แน่นอน สัมพันธ์กัน
แต่ว่าการเลื่อนบรรทัดด้วยแถบด้านข้าง หรือลูกกลิ้งบนเม้าส์นั้น
มันจะมีลักษณะการเลื่อนแบบกระตุกๆ (คุณสังเกตุดู)
มันจึงทำให้ปวดตามากๆ เพราะลูกตา จะต้องลากลูกตา เลื่อนตามบรรทัดที่กระตุกๆนั้นไปตลอด
บวกกับการพิมพ์ตัวหนังสือนั้น บางทีคุณต้องก้มเพื่อมองนิ้วว่า...
กดตำแหน่งบนแป้มพิมพ์ถูกตัวอักษรหรือไม่
ทำให้เดี๋ยวก้ม เดี๋ยวเงย ลูกตาปรับโฟกัสบ่อยเกิน
ทำให้ลูกตาทำงานหนักกว่าจะพิมพ์งานเสร็จ คุณจะปวดตามากๆๆ
อย่างเด็กนักศึกษา เร่งพิมพ์รายงานส่งอาจารย์ ติดต่อกันข้ามคืน สองสามวัน ตาจะปวดมากๆ
รวมทั้งเวลาการเปิดโปรแกรม word ในการพิมพ์ตัวหนังสือมักจะมีสีพื้นที่เป็นสีสว่าง
สีพื้นที่สว่างขาวจ้า นี่เอง ทำให้ตาคุณจะเกิดอาการแพ้แสง
ถ้ามีการพิมพ์ติดต่อกันนานๆ เพราะจ้องจอสีขาวนานเกินไป
หรือไม่ก็ในคนที่ชอบเล่นเกมส์บ่อยๆ มักจะมีการปรับแสงสว่างให้จ้าที่สุด
เพราะเวลาเล่นเกมส์ ภาพพื้นหลังของเกมส์มักจะมืดๆ
เป็นสีกำแพง เป็นสีปราสาท มันจะให้สีสวยสดดี
แต่การทำแบบนี้มีข้อเสียคือ บางทีคุณหรือพี่น้องของคุณมาใช้คอมเครื่องนั้นต่อ
จะทำให้บางครั้งลืมปรับความสว่างกลับมาให้มืดเหมือนเดิม
จากที่แค่สว่างพอที่จะพิมพ์รายงาน กลายเป็นจ้องจอสว่างจ้า ตลอดคืนไม่รู้ตัว
***************************************************************
สรุปก็คือ...
1. การมองตัวหนังสือที่แขวนลอยอยู่ในจอโฟกัสไม่แน่นอน
กล้ามเนื้อลูกตาทำงานหนัก 'ทำให้สายตาเสีย'
2. การเลื่อนตัวหนังสือและแถบบรรทัด ในหน้าคอม มันจะเลื่อนแบบเป็นกระตุกๆ
'ทำให้สายตาเสีย' ถ้าคุณอ่านหนังสือจากเว็บมากๆ คุณจะติดนิสัยเสียอย่างนึงติดตัวไปคือ
คุณจะติดนิสัย มองอะไรก็ตาม ไม่ว่าใกล้ไกลจะปรับโฟกัสมองเพ่งอยู่เสมอ
ผลก็คือ กล้ามเนื้อตาทำงานหนัก คุณจะเริ่มมองของที่อยู่ไกลๆ เบลอๆ
คุณจะไม่สามารถปรับโฟกัสมองของใกล้แล้วมองไกล ได้ทันทีเหมือนเคย
(กล้ามเนื้อประสาทลูกตาจะล้า การปรับโฟกัสลูกตาเริ่มช้าลง)
3. การก้มๆเงยๆ มองแป้นพิมพ์ และมองจอคอม กลับไปกลับมา 'ทำให้สายตาเสีย '
4. การปรับจอภาพที่มีแสงสว่างจ้า มากเกินไปโดยไม่รู้ตัว 'ทำให้สายตาเสีย'
(ข้อนี้ คล้ายกับการเปิดดูทีวีในห้องมืดๆเป็นประจำ แล้วทำให้สายตาเสียน่ะเอง)
5. การใช้จอคอม ที่มีความกว้างมากเกิน !!
(จอคอมกว้างๆนั้น เหมาะสำหรับการดูภาพ ดูหนัง แต่ไม่เหมาะกับการดูตัวหนังสือ!!)
เพราะว่า สายตาคนเรานั้นมีระยะการมองตัวอักษรที่ 1 ฟุต (12นิ้ว)
แต่จอคอมสมัยใหม่ กลับมีความกว้าง 17 นิ้ว 19 นิ้ว หรือมากกว่านั้น
ซึ่งมันกว้างเกินระยะกวาดสายตามอง จากขอบหนึ่งไปสู่อีกขอบหนึ่ง
(ทำให้ปวดทั้งคอ ทั้งลูกตา)
แค่คุณนั่งอ่านหนังสือบนจอกว้างแบบนี้ หนึ่งชั่วโมง ลูกตาคุณจะทำงานปรับโฟกัส
กลับไปกลับมาเป็นพันๆครั้ง และถ้าเป็นปีหรือหลายปีติดต่อกัน สายตาคุณเสียแน่นอน
เพราะฉะนั้น ถ้าคุณจะอ่านหนังสือจากจอคอม ขนาดของจอคอมของคุณควรไม่เกิน 15 นิ้ว
ถามกลับไปว่า ทำไมกระดาษเอกสารที่ใช้ในการอ่าน การเขียนทั่วไปจึงมีขนาด A4?
คำตอบก็คือ ความกว้างของกระดาษ A4 ไม่กว้างเกินไป กำลังพอดีในการกวาดสายตามอง
**********************************************************
และส่วนมากคนทั่วไป มักจะคิดไม่ถึงว่า การเล่นคอมทุกวัน ง่ายๆนั้น
จะเป็นสาเหตุใหญ่ที่สามารถทำให้ตาบอดได้ ถ้าเกิดรุนแรงเพราะกว่าจะรู้ตัวไปหาหมอ
หมอก็อาจจะบอกว่าคุณไม่สามารถรักษาหายได้แล้ว และต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเท่านั้น!!!
**********************************************************
ผมจึงอยากจะฝากประโยคเอาไว้ให้คนที่เล่นคอมทุกคนว่า
'คอมพิวเตอร์นั้น มีไว้สำหรับการค้นหามูล ไม่ได้มีไว้สำหรับการอ่านเป็นประจำ'
โดยเฉพาะการอ่าน อะไรก็ตามที่ยาวๆ เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นไดอารี่
หนังสือบนเนต คุณเสี่ยงทั้งนั้น เพราะฉะนั้น...
'เราควรจะกลับมาอ่านหนังสือกระดาษกันเหมือนเดิม
ลืมเรื่อง เล่นเนต เล่นคอมซะ เพื่อสุขภาพตา'
ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้สร้างแรงบันดาลใจใหม่ที่นี่
โดยคุณ lนู๋เป็นต่อl เมื่อ พ.6 ม.ค.2010 22:56
เข้าใจละครับ
ผมกะเล่นคอมอยู่เป็นประจำมาหลายปีแล้ว
ที่บอกมาผมเป็นหมดเลยอ่ะ
แต่เพิ่งมารู้ตอนนี้มันก็สายไปแล้วอ่าครับ
555+
โดยคุณ ผู้ชมทั่วไป เมื่อ ส.23 ม.ค.2010 16:13
แล้วจะให้ทำไงละถ้าเป็นอาชีพอะครับช่วยตอบทีไม่มีงานอื่นจะทำนิครับ